มาตรฐานการเรียนการสอนภาษาญี่ปุ่นของเจแปนฟาวน์เดชั่นกับการเรียนการสอนภาษาญี่ปุ่นในประเทศไทย

- เชิญชวนให้เข้าร่วมสัมมนาการเรียนการสอนภาษาญี่ปุ่นในวันพุธที่ 16 มีนาคม -

 

สวัสดีครับทุกท่าน บทความพิเศษในตะวันฉบับนี้ขอเปลี่ยนบรรยากาศไปจากเดิมเล็กน้อย ครั้งนี้จะเป็นบทความเชิญชวนให้เข้าร่วม “สัมมนาการเรียนการสอนภาษาญี่ปุ่น” ซึ่งจะจัดขึ้นที่ฝ่ายภาษาญี่ปุ่น เจแปนฟาวน์เดชั่น กรุงเทพฯ ณ อาคารเสริมมิตรในวันพุธที่ 16 มีนาคมนี้ บทความอาจจะยาวไปสักหน่อย แต่เมื่อได้อ่านแล้วอาจจะรู้สึกอยากเข้าร่วมสัมมนานี้ขึ้นมาก็ได้ จึงอยากให้อ่านจนจบครับ

 

ปีที่แล้วได้มีการสำรวจความคิดเห็นของครูที่ไม่ได้เป็นเจ้าของภาษา 100 กว่าคนที่สอนภาษาญี่ปุ่นระดับมัธยมศึกษาในประเทศไทยซึ่งเข้าร่วมการอบรมภาษาญี่ปุ่น เนื้อหาในแบบสอบถามมีดังนี้

1)    ท่านคิดว่าการพัฒนาความสามารถในการสื่อสารด้านการพูดจำเป็นสำหรับผู้เรียนภาษาญี่ปุ่นในประเทศไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้เรียนในระดับมัธยมศึกษาหรือไม่ หากคิดว่าจำเป็น กรุณาระบุเหตุผล

2)    ยกตัวอย่างว่าท่านดำเนินการสอนโดยคำนึงถึงการสื่อสารทางด้านการพูดอย่างไร

3)    ท่านคิดว่าอะไรเป็นปัญหาในการพัฒนาความสามารถในการสื่อสารด้านการพูดในชั้นเรียน

ทุกท่านคิดอย่างไรกับคำถาม 3 ข้อนี้ครับ

 

ผลการสำรวจเป็นที่น่าสนใจอย่างมาก

                   ข้อแรกเกี่ยวกับคำถามที่ว่าการพัฒนาความสามารถในการสื่อสารด้านการพูดสำคัญหรือไม่ มีครูจำนวน 103 คนจากครูจำนวน 106 คนที่ตอบแบบสอบถาม ให้ความเห็นว่า “จำเป็นอย่างมาก” ส่วนครูที่เหลืออีก 3 คนตอบว่า “จำเป็นนิดหน่อย” และเมื่อถามว่า “ทำไมถึงจำเป็น” ก็มีความคิดเห็นหลากหลาย แต่แยกออกเป็นประเด็นใหญ่ๆ ได้ดังนี้

คำตอบที่มีมากที่สุดคือ “จุดประสงค์ของการเรียนภาษาคือเพื่อให้สามารถพูดสื่อสารได้” ดูเหมือนว่าครูจำนวนหนึ่งในสี่คิดแบบนั้น และมีครูอีกจำนวนเท่าๆ กันมีความเห็นว่า “หากจะใช้ภาษาญี่ปุ่นจริงๆ แล้ว การพูดเป็นสิ่งที่คิดถึงเป็นอันดับแรก” นอกจากนี้ก็มีความเห็นว่า “เป็นการสร้างแรงจูงใจให้ผู้เรียนอยากเรียนรู้มากยิ่งขึ้น” “รู้สึกว่าเก่งภาษาญี่ปุ่นมากขึ้น มองเห็นเป็นรูปธรรมได้ชัดเจนมากที่สุด” “ทำให้รู้สึกว่าสามารถทำได้”

                   จากความคิดเห็นดังกล่าวอาจกล่าวได้ว่าครูต่างมีความเห็นสอดคล้องกันว่า “การพัฒนาความสามารถในการสื่อสารด้านการพูดในห้องเรียนภาษาญี่ปุ่นในระดับมัธยมศึกษาในประเทศไทยเป็นสิ่งจำเป็น”

              ในเมื่อครูมีความเห็นว่าต้องพัฒนาความสามารถในการสื่อสารด้านการพูดแล้ว ครูจะดำเนินการสอนอย่างไร มีการใช้กิจกรรมต่างๆ ที่ใช้กันอยู่ปกติ เช่น ใช้กิจกรรมบทบาทสมมุติ (Role play)” “ให้ผู้เรียนพยายามใช้ภาษาญี่ปุ่นเท่าที่จะทำได้เวลาที่พูดคุยกับครู เช่น ทักทายเป็นภาษาญี่ปุ่น” “หาโอกาสให้ผู้เรียนได้พูดคุยภาษาญี่ปุ่นกับอาจารย์ชาวญี่ปุ่นในโรงเรียนหรือกับแขกชาวญี่ปุ่นบ่อยๆ” นอกจากนี้ มีครูที่ตอบว่า “สอบสนทนาเป็นประจำ” ก็มี ดูเหมือนว่าทุกคนใช้วิธีการต่างๆ กันอยู่หลายวิธี

                   แต่เมื่อดูผลของวิธีการต่างๆ ข้างต้นที่ใช้นั้นว่าช่วยให้ผู้เรียนพูดภาษาญี่ปุ่นได้เก่งขึ้นหรือไม่ ดูเหมือนจะไม่เป็นเช่นนั้น ต่อคำถามที่ว่าอะไรคือปัญหาในการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาความสามารถในการสื่อสารด้านการพูด ก็มีคำตอบหลากหลาย

                   ปัญหาที่ครูมากกว่าครึ่งพบมากที่สุดเป็นปัญหาเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมในการใช้ภาษาคือ “เรียนภาษาญี่ปุ่นแล้ว ไม่รู้จะไปใช้จริงได้ที่ไหน” รองลงมาคือครูจำนวนเกือบครึ่งรู้สึกว่า “อยากจะสอน แต่หาเวลาสอนไม่ได้” ถึงแม้อยากจะสอนโดยเน้นการสื่อสารก็ตาม นอกจากนี้มีปัญหาอื่นๆ อีกเช่น “การสร้างแรงจูงใจให้กับผู้เรียนทำได้ยาก” “ไม่มีตำราที่เหมาะสม” “ไม่เกี่ยวกับข้อสอบเข้ามหาวิทยาลัย” “ประเมินวัดผลทำได้ยาก” “ในหนึ่งห้องมีผู้เรียนจำนวนมากเกินไป” “ครูขาดความรู้ความสามารถ” ฯลฯ

                   สิ่งที่เห็นได้จากผลสำรวจคือท่าทีของครูภาษาญี่ปุ่นในประเทศไทยที่มีปัญหาว่า “อยากให้นักเรียนมีความมั่นใจตัวเองในสิ่งที่ตนคิด อยากให้นักเรียนสื่อสารกับชาวญี่ปุ่นเป็นภาษาญี่ปุ่นได้ แต่ไม่มีเวลาที่จะสอนแบบนั้น ตำราที่เหมาะสมก็ไม่มี ไม่รู้วิธีการสร้างแรงจูงใจในการเรียนให้กับผู้เรียน ครูเองก็กลุ้มใจกับการขาดความรู้ความสามารถของตนเอง พยายามสอนอย่างเต็มที่แล้วแต่กลับไม่มีโอกาสที่จะใช้ภาษาญี่ปุ่นนอกห้องเรียนได้” แย่จังเลยนะครับ แล้วจะทำอย่างไรดี

                   ในการแก้ปัญหาการเรียนการสอนภาษาญี่ปุ่นดังกล่าวที่ประเทศไทยประสบอยู่ เจแปนฟาวน์เดชั่น กรุงเทพฯ ได้พัฒนาสื่อการสอนที่จะช่วยแก้ปัญหาได้ตั้งแต่ปีที่แล้วโดยนำตำรา 「あきこと友だち」 มาเสนอว่าจะสอนอย่างไรจึงจะเป็นการเรียนการสอนที่เน้นความสามารถในการสื่อสารด้านการพูด ซึ่งตำรา 「あきこと友だち」นี้เป็นตำราเรียนภาษาญี่ปุ่นชั้นต้นที่เจแปนฟาวน์เดชั่น กรุงเทพฯ ได้จัดทำขึ้นเมื่อปี 2547 และใช้กันอย่างแพร่หลายในระดับมัธยมในประเทศไทย “คู่มือ あきこと友だちコミュニケーションハンドブック (ชื่อเรียกชั่วคราว ซึ่งต่อไปจะเรียกว่า “คู่มือ”) เป็นคู่มือที่พัฒนามาจากแนวคิด “มาตรฐานการเรียนการสอนภาษาญี่ปุ่นของเจแปนฟาวน์เดชั่น (JF Standard) ” ที่เจแปนฟาวน์เดชั่นได้เผยแพร่ไปเมื่อปีที่แล้ว แม้โครงการพัฒนาสื่อการสอนนี้ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดี แต่จะขอแนะนำเนื้อหาของ “คู่มือ” ในงานสัมมนาที่จะจัดขึ้นในครั้งนี้

“คู่มือ” ประกอบด้วยเนื้อหา 4 ส่วนดังนี้

(1)「あきこCan-doที่ระบุวัตถุประสงค์การเรียนรู้ของแต่ละบทในตำรา「あきこと友だち」ว่าผู้เรียน “สามารถทำ…ได้” โดยยึดแนวคิด “มาตรฐานการเรียนการสอนภาษาญี่ปุ่นของเจแปนฟาวน์เดชั่น Can-do (JF Standard Can-do)

(2) 「進め方の提案」 นำเสนอตัวอย่างว่าจะสอนเนื้อหาในตำรา「あきこと友だち」อย่างไรจึงจะนำไปสู่การพัฒนาความสามารถในการสื่อสารด้านการพูดตามวัตถุประสงค์การเรียนรู้ในแต่ละบทของตำรา 「あきこと友だち」

(3)「ピア評価シート」“ใบประเมินระหว่างผู้เรียนกันเอง” โดยผู้เรียนจะประเมินกันเองจากใบงาน (task) ท้ายบทซึ่งมีอยู่ทุกบทในตำรา「あきこと友だち」และ「教師用評価シート」“ใบประเมินของครูผู้สอน” ให้ครูใช้ประเมินผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน

(4) 「あきこ活動プラス」ซึ่งรวบรวมกิจกรรมต่างๆ เช่น ใบงาน (task) หลายๆ แบบท้ายบทแต่ละบทหรือแบบฝึกหัดใหม่ ๆ

ใน คู่มือ นี้ได้มีการนำเรื่อง “ภาษาญี่ปุ่นเพื่อความเข้าใจแบบองค์รวม” มาสอดแทรกไว้ในส่วนต่างๆ ของคู่มือ“ภาษาญี่ปุ่นเพื่อความเข้าใจแบบองค์รวม” เป็นเรื่องที่ “มาตรฐานการเรียนการสอนภาษาญี่ปุ่นของเจแปนฟาวน์เดชั่น  (JF Standard)” มุ่งหวังให้เกิดผลในทางปฎิบัติได้จริง “ภาษาญี่ปุ่นเพื่อความเข้าใจแบบองค์รวม” ประกอบด้วย “ความสามารถในการพิชิตภารกิจให้ลุล่วง” กับ “ความสามารถในการเข้าใจวัฒนธรรมที่แตกต่าง” และยังแบ่งย่อยออกเป็น 53 หมวดโดยเป็น “กิจกรรมการใช้ภาษาในการสื่อสาร” กับ “ทักษะการใช้ภาษาในการสื่อสาร” ดังแผนภูมิ 1「スタンダードの木」“ต้นไม้มาตรฐาน” ปัจจัย 53 หมวดที่ประกอบกันเป็นต้นไม้นี้เป็น “มาตรฐานการเรียนการสอนภาษาญี่ปุ่นของเจแปนฟาวน์เดชั่น Can-do (JF Standard Can-do)” ซึ่งบรรยายว่าในแต่ละหัวข้อ「〜ができる」“สามารถทำ…ได้” โดยแบ่งผลสัมฤทธิ์เป็นระดับ A1C2

「あきこCan-doทำขึ้นโดยยึดแนวคิด “มาตรฐานการเรียนการสอนภาษาญี่ปุ่นของเจแปนฟาวน์เดชั่น Can-do (JF Standard Can-do)” ตัวอย่างเช่น「あきこCan-doของบทที่ 3「がっこあんない」เป็นการพิชิตภารกิจให้ลุล่วงซึ่งเป็นภารกิจที่จำกัดจริงๆ คือ “สามารถแนะนำที่ตั้งหรือสถานที่ที่อยู่ใกล้ตัว เช่น ห้องเรียนหรือห้องสมุด โดยใช้สำนวนที่มีอยู่อย่างจำกัดมากได้” แต่พอถึงบทที่ 20「学校のけいじばん」แม้จะเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับโรงเรียนเหมือนกัน แต่เป็น 「あきこCan-doที่ยกระดับขึ้นอย่างมากคือ “สามารถถ่ายทอดข่าวสารที่ได้ยิน ได้อ่าน ได้เห็นเกี่ยวกับเรื่องราวรอบๆ ตัวหรือเรื่องราวที่เกิดขึ้นในโรงเรียนให้กับคนอื่นโดยใช้ศัพท์สำนวนง่ายๆ ได้” ใน “มาตรฐานการเรียนการสอนภาษาญี่ปุ่นของเจแปนฟาวน์เดชั่น Can-do” จัดให้กรณีแรกอยู่ในระดับ A1 ส่วนกรณีหลังอยู่ในระดับ A2

ใน “คู่มือ” จะมี「あきこCan-doในทุกบทของตำรา 「あきこと友だち」 รวมทั้ง (3) “ใบประเมิน” สำหรับผู้เรียนและครูผู้สอนและ (4)「あきこ活動プラス」ก็ทำโดยยึด「あきこCan-doเป็นหลัก

                ต่อจากนี้จะขอย้อนกลับไปที่เรื่องการสัมมนา “คู่มือ” นี้จะเป็นประโยชน์ในการแก้ไขปัญหาของครูผู้สอนภาษาญี่ปุ่นในโรงเรียนในประเทศไทยที่ได้กล่าวไว้ในตอนต้นของบทความหรือไม่

การสัมมนาในวันที่ 16 มีนาคมนี้ ประกอบด้วยเนื้อหาดังนี้

(1) การอภิปราย (Panel Discussion) เป็นช่วงการนำเสนอปัญหา

(2) อธิบายเกี่ยวกับมาตรฐานการเรียนการสอนภาษาญี่ปุ่นของเจแปนฟาวน์เดชั่น (JF Standard)

(3) แนะนำ คู่มือ あきこと友だちコミュニケーションハンドブック ซึ่งอยู่ในช่วงที่เจแปนฟาวน์เดชั่น กรุงเทพฯ กำลังดำเนินการอยู่ และให้ทดลองประเมินกิจกรรมของผู้เรียน

(4) อภิปรายสรุป

                   การอภิปราย (Panel Discussion) จะนำเสนอปัญหา โดยเชิญอาจารย์สอนภาษาญี่ปุ่นในสถาบันต่างๆ ในประเทศไทยมาร่วมอภิปรายถึงปัญหาหรือสิ่งที่กำลังประสบในการเรียนการสอนภาษาญี่ปุ่นในประเทศไทยตลอดจนปัญหาที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ ผู้ร่วมอภิปรายมี 4 ท่านด้วยกันคือ ผศ.ดร.กนกวรรณ เลาหบูรณะกิจ คะตะกิริ (จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) อาจารย์ภารดี อึงขจรกุล (จากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา) คุณอุษณีย์ วัฒนพันธ์ (จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ) อาจารย์ Noriko YOKOYAMA (อาจารย์ประจำศูนย์อุระวะ เจแปนฟาวน์เดชั่น ประเทศญี่ปุ่น) และมีพิธีกรดำเนินรายการโดย Takashi MIURA หัวหน้าคณาจารย์ประจำเจแปนฟาวน์เดชั่น กรุงเทพฯ

                   หลังการอภิปรายจะเชิญอาจารย์ Yukako MORIMOTO ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบการพัฒนามาตรฐานที่ศูนย์อุระวะ เจแปนฟาวน์เดชั่น ประเทศญี่ปุ่น มาอธิบายโดยสรุปเกี่ยวกับมาตรฐานการเรียนการสอนภาษาญี่ปุ่นของเจแปนฟาวน์เดชั่น ต่อจากนั้นอาจารย์ Miki SHIBUYA อาจารย์ประจำเจแปนฟาวน์เดชั่น กรุงเทพฯ จะมาแนะนำ คู่มือ あきこと友だちコミュニケーションハンドブックที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ ในการแนะนำนี้จะให้ท่านชมวีดิโอภาพกิจกรรมในห้องเรียนที่ได้ใช้ “คู่มือ” นี้จริง พร้อม ๆ กับจะให้ผู้เข้าสัมมนาได้ลองประเมินกิจกรรมของผู้เรียน นอกจากนี้จะให้อาจารย์โรงเรียนนั้นกล่าวถึงความรู้สึกเกี่ยวกับสภาพกิจกรรมหรือความเปลี่ยนแปลงของผู้เรียนด้วย

                ในตอนสุดท้ายจะให้ผู้อภิปรายขึ้นเวทีอีกครั้งเพื่ออภิปรายเกี่ยวกับการเรียนการสอนภาษาญี่ปุ่นในประเทศไทยร่วมกับผู้เข้าสัมมนา แนวคิดเรื่อง “มาตรฐานการเรียนการสอนภาษาญี่ปุ่นของเจแปนฟาวน์เดชั่น (JF Standard)” จะเป็นประโยชน์ต่อการเรียนการสอนภาษาญี่ปุ่นในประเทศไทยในรูปแบบใด และจะขอรับฟังความคิดเห็นจากผู้อภิปรายทุกท่านเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของ คู่มือ あきこと友だちコミュニケーションハンドブックซึ่งได้นำแนวคิดเรื่อง “มาตรฐานการเรียนการสอนภาษาญี่ปุ่นของเจแปนฟาวน์เดชั่น” มาทำให้เห็นเป็นรูปเป็นร่างมากยิ่งขึ้น พร้อมกับการพิจารณาถึงอนาคตของการเรียนการสอนภาษาญี่ปุ่นในประเทศไทยต่อไป

รายละเอียดเกี่ยวกับการสัมมนาของเจแปนฟาวน์เดชั่น กรุงเทพฯ ในวันพุธที่ 16 มีนาคม มีดังต่อไปนี้

 

1.วันเวลาวันพุธที่ 16 มีนาคม 2554 ตั้งแต่ 09.00 น. - 17.00 น.

2. สถานที่ห้องสัมมนาที่จัดขึ้นเป็นกรณีพิเศษ ฝ่ายภาษาญี่ปุ่น เจแปนฟาวน์เดชั่น กรุงเทพฯ ชั้น 10 อาคารเสริมมิตร

3. หัวข้อสัมมนามาตรฐานการเรียนการสอนภาษาญี่ปุ่นของเจแปนฟาวน์เดชั่นกับการเรียนการสอนภาษาญี่ปุ่นในประเทศไทย

4. วิทยากร@ อาจารย์ Yukako MORIMOTO (อาจารย์ผู้รับผิดชอบการพัฒนามาตรฐานการเรียนการสอนภาษาญี่ปุ่นของเจแปนฟาวน์เดชั่น ศูนย์อุระวะ ประเทศญี่ปุ่น)

A อาจารย์ Miki SHIBUYA (อาจารย์ประจำเจแปนฟาวน์เดชั่น กรุงเทพฯ)

5. ผู้เข้าร่วมอภิปราย@ ผศ.ดร.กนกวรรณ เลาหบูรณะกิจ คะตะกิริ (อาจารย์ประจำจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)

A อาจารย์ภารดี อึงขจรกุล (อาจารย์ประจำโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา)

B คุณอุษณีย์ วัฒนพันธ์ (หัวหน้าสถาบันการแปลและส่งเสริมภาษาจีน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ)

C อาจารย์ Noriko YOKOYAMA (อาจารย์ประจำศูนย์อุระวะ เจแปนฟาวน์เดชั่น ประเทศญี่ปุ่น)

6. ผู้ดำเนินรายการอาจารย์ Takashi MIURA (หัวหน้าคณาจารย์ประจำเจแปนฟาวน์เดชั่น กรุงเทพฯ )

อาจารย์ทุกท่านครับ พบกันในงานสัมมนานะครับ